Dental-Implant

ปัจจุบันนี้ถึงแม้จะมีการดูแลฟันเป็นอย่างดี หลายๆท่านก็ยังประสบปัญหาการสูญเสียฟันจากการเกิดฟันผุ และโรคเหงือก ซึ่งทำให้เกิดปัญหาด้านการบดเคี้ยว และเสียบุคลิกภาพ เดิมการรักษาก็คือการทำ Bridges กับ ฟันปลอม แต่ปัจจุบันมี นวัตกรรมรากฟันเทียมมาช่วยแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

รากฟันเทียม (Dental Implant)

คือการฝังวัสดุที่มีความคงทนแทนรากฟันเดิม แล้วครอบทับด้วยวัสดุที่เหมือนสีฟันเดิมเพื่อให้เกิดความกลมกลืนมากที่สุด

ข้อดีของ Dental implant

  1. สร้างความมั่นใจเนื่องจากวัสดุที่เหมือนฟันของคุณเอง ออกแบบให้ยึดติดกับกระดูก อย่างถาวรและกลมกลืน ให้คุณมีรอยยิ้มที่พิมพ์ใจได้อีกครั้งหนึ่ง
  2. ออกเสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ตอบโจทย์จากการประสบปัญหาเดิมๆในใส่ฟันปลอมที่ไม่พอดิช่องปากทำให้ต้องคอยระวังฟันปลอมจะหลุดขณะพูด
  3. สะดวกสบายเนื่องจากรากฟันเทียมเปรียบเสมือนฟันของคุณเองไม่ต้องคอยถอดเข้าถอดออกเหมือนฟันปลอม
  4. รับประทานอาหารได้ง่ายขึ้น เนื่องจากการใส่ฟันปลอมอาจมีปัญหาในการบดเขี้ยวได้
  5. เสริมสร้างสุขภาพที่ดีในช่องปาก เนื่องจากไม่ต้องกรอเนื้อฟันดีๆออกไปในการทำ Bridge เพราะรากฟันเทียม สามารถยึดเกาะกับกระดูกได้ด้วยวัสดุสังเคราะห์ทำให้ไม่ต้องพึ่งฟันจริงข้างเคียง
  6. ความคงทน ถ้ามีการดูแลที่ดีสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต

ความคงอยู่และผลลัพธ์ของการใส่รากฟันเทียม

ขึ้นกับตำแหน่งที่ฝังรากเทียม แต่โดยมากความสำเร็จในการฝังรากมีมากถึง 98% และอยู่ได้ถึงตลอดชืวิต ด้วยการดูแลอย่างเหมาะสม

ท่านไหนที่เหมาะกับ Dental implant

ทุกท่านที่สามารถดูแลสุภาพช่องปากได้สม่ำเสมอ มีเหงือกที่สมบูรณ์ และมาพบทันตแพทย์ได้เป็นประจำ สามารถที่จะฝังรากเทียมได้ ส่วนท่านที่สูบบุหรี่จัด โรคเรื้อรังที่ยังควบคุมไม่ได้เช่น เบาหวาน โรคหัวใจหรือ ท่านที่เคยได้รับการฉายรังสีบริเวณ ศีรษะ และลำคอ ควรได้รับการตรวจประเมินล่วงหน้าด้วยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน

ขั้นตอนการฝังรากฟันเทียม

  • ตรวจและดูแลด้วยทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้ง Oral surgery และ Restorative Dentistry
  • ฝังรากขนาดเล็กที่ทำด้วย titanium เข้าไปในกระดูกบริเวณช่องว่างที่ฟันหายไป แล้วรอให้กระดูกเชื่อม กับวัสดุที่ฝังไว้ โดยมากใช้เวลาประมาณ 12สัปดาห์
  • ทันตแพทย์จะประดิษฐ์วัสดุที่มีสีเหมือนฟันของท่านมาประกอบบนตัวรากเทียม ซึ่งอาจทำได้มากกว่าหนึ่งซี่ในการฝังหนึ่งรากเลยทีเดียว
  • เพียงเท่านี้ท่านก็จะมีฟันที่แข็งแรง ดูเป็นธรรมชาติ และเผยรอยยิ้มได้เหมือนฟันจริงอีกครั้งหนึ่ง

ความเจ็บปวดขณะฝังรากเทียม

ทันตแพทย์จะทำการใช้ยาชาระหว่างทำการฝัง ดังนั้นท่านจะรู้สึกเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยระหว่างฝังราก คล้ายการถอนฟัน แต่อาจมีการปวดระบมและบวมภายหลัง อีกสองถึงสามวัน ซึ่งบรรเทาได้โดยยาแก้ปวดลดบวม

การดูแลฟันที่ฝังรากเทียม

ดูแลเปรียบเสมือนเป็นฟันจริงๆของท่านเลย ทั้งแปรง ทั้งขัดฟัน และหมั่นตรวจติดตามดูแลโดยทันตแพทย์เป็นระยะๆ